สิ่งที่ควรรู้ถ้าอยากมาเรียนที่ไต้หวัน Taiwan Educational System


หลายๆคนอยากมาเรียนที่ไต้หวัน แต่ไม่รู้ว่าระบบการศึกษาของไทยกับไต้หวันเหมือนหรือแตกต่างกันอย่างไรวันนี้เราจะมาคลายความสงสัยด้วยกันนะค่ะ

ไต้หวันมีสถาบันการศึกษาระดับอุดมศึกษามีทั้งหมด 164 สถาบัน ซึ่งมีความโดดเด่นแตกต่างกันไปในด้านงานวิจัยทางวิชาการ การเรียนการสอน และเทคนิคการสอน จากทั้งหมดนี้เป็นมหาวิทยาลัย 105 แห่ง (มหาวิทยาลัยรัฐบาล 42 แห่ง) และวิทยาลัย 59 แห่ง (วิทยาลัยรัฐบาล 12 แห่ง) ซึ่งเป็นอาชีวศึกษา 93 แห่งระบบการเรียนการสอนประกอบด้วยขั้นตอนการศึกษาอย่างเป็นทางการ 22 ระดับ โดยทั่วไปเริ่มจาก 2 ปีในการศึกษาก่อนโรงเรียน ประถมศึกษา 6 ปี มัธยมศึกษาตอนต้น 3 ปี มัธยมศึกษาตอนปลาย 3 ปี วิทยาลัยหรือมหาวิทยาลัย 4 ปี (โรงเรียนแพทย์ 7 ปี) ระดับปริญญาโท 2-4 ปี และปริญญาเอก 4-7 ปี

การศึกษาภาคบังคับกระทรวงศึกษาธิการ (The Ministry of Education or MOE)

บังคับการศึกษาระดับประถมศึกษา 6 ปี และมัธยมศึกษาตอนต้น 3 ปี หลังจากนั้นนักเรียนสามารถเลือกที่จะสมัครสอบเข้าศึกษาต่อในระดับมัธยมศึกษาตอนปลายหรืออาชีวศึกษาก็ได้

การศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนปลายและอาชีวศึกษาหลังจากระดับมัธยมตอนต้นแล้วสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 รูปแบบสถาบันการศึกษานั่นคือ มัธยมศึกษาตอนปลาย และอาชีวศึกษาซึ่งใช้เวลา 3 ปีในการศึกษาเหมือนกัน สถาบันอาชีวศึกษาแบ่งออกเป็นหลายสาขาวิชาชีพ เช่นเกษตรกรรม อุตสาหกรรม บริหารธุรกิจ การศึกษาด้านการเดินเรือ ผลิตภัณฑ์ทางทะเล แพทยศาสตร์ การพยาบาล เศรษฐศาสตร์ การละครและศิลปะ

การศึกษาระดับวิทยาลัยแบ่งออกเป็น 2 ประเภทคือ หลักสูตรวิทยาลัย 5 ปีและวิทยาลัย 2 ปี ซึ่งแตกต่างกันที่ข้อเรียกร้องในการสมัครเข้าเรียน สำหรับหลักสูตร 5 ปีนั่นรับสมัครผู้ที่จบการศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนต้นและต้องเข้าเรียนตามหลักสูตร 5 ปี แต่สำหรับหลักสูตร 2 ปีนั่นรับสมัครผู้ที่จบการศึกษาระดับอาชีวศึกษาและต้องเข้าเรียนตามหลักสูตร 2 ปี

การศึกษาระดับปริญญาตรีหลักสูตรการศึกษาในมหาวิทยาลัย 4 ปี ถ้านักเรียนไม่สามารถสอบได้ถึงเกณฑ์ที่กำหนด

สามารถขยายเวลาการสอบได้ภายในระยะเวลาไม่เกิน 2 ปี ส่วนมหาวิทยาลัยเฉพาะผู้เชี่ยวชาญเช่นทันตแพทย์หรือแพทยศาสตร์มีหลักสูตรบังคับ 6-7 ปี ซึ่งรวมทั้งการฝึกงาน 1 ปี

การศึกษาระดับบัณฑิตศึกษาหลักสูตรในระดับปริญญาโทเริ่มตั้งแต่ 1-4 ปี และระดับปริญญาเอก 2-7 ปี อย่างไรก็ตามนักเรียนที่เข้าศึกษาเพื่อเป็นส่วนหนึ่งของการฝึกอบรมงานแล้วไม่สามารถผ่านตามเกณฑ์ที่กำหนดได้นั่น สามารถขยายเวลาเรียนหรือเวลาส่งวิทยานิพนธ์ออกไปได้ค่ะ

ทำไมถึงศึกษาต่อไต้หวัน 

นอกเหนือจากเป็นประเทศที่มีเทคโนโลยีที่ทันสมัยแล้ว การศึกษาต่อในไต้หวันมีการพัฒนาไปอย่างต่อเนื่อง โดยมีทั้งหมด 164 สถาบันอุดมศึกษาที่เสนอโครงการวิจัยที่แตกต่างกันไป รวมทั้งการเรียนการสอนและระบบการสอน สังคมในไต้หวันเป็นรู้จักกันในเรื่องการต้อนรับอย่างจริงใจ ปลอดภัย วัฒนธรรมที่หลายหลาย และจุดเด่นที่แข็งแรงของแต่ละสถาบันในเรื่องผลงานการวิจัยรวมถึงความมุ่งมั่นในการสอน เพราะฉะนั้นไต้หวันเป็นสถานที่ที่ดีต่อการศึกษาต่อ นอกจากนี้ทางรัฐบาทยังมีการส่งเสริ่มให้นักเรียนต่างชาติเข้ามาศึกษาต่อที่ไต้หวันโดยการเเจกทุนเป็นประจำทุกปีด้วยค่ะ อีกทั้งไต้รับการันตีระดับโลกว่าการศึกษาของไต้หวันติดอยู่อันดับต้นๆ อย่างไรก็ตามค่าครองชีพและการใช้จ่ายในการศึกษาอยู่ในเกณฑ์สมเหตุสมผล

  • การศึกษาระดับนานาชาติ

จำนวนนักเรียนนักศึกษาต่างชาติในไต้หวันได้เพิ่มขึ้นจากความพยายามผลักดันของมหาวิทยาลัยชั้นนำต่างๆจาก 1,283 คนในปี ค.ศ. 2003 เป็น 7,764 คนในปี ค.ศ. 2009 โดยหลักๆศึกษาในด้านวิศวกรรม เทคโนโลยี และบริหารธุรกิจ ซึ่งนักเรียนต่างชาติเหล่านี้มาจาก 113 ประเทศทั่วโลกโดยที่ 72% มาจากทวีปเอเชีย และนี่คือ 5 ประเทศที่มีอันดับสูงสุดของนักเรียนต่างชาติคือ ประเทศเวียดนาม (1,537) ประเทศมาเลเชีย (1,241) ประเทศอินโดนีเชีย (615) ประเทศเกาหลีใต้ ( 445)และประเทศฝรั่งเศส ( 423)โดยส่วนใหญ่นักเรียนต่างชาติมาศึกษาในสาขาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (34.58%) สาขาบริหารธุรกิจ (27.47%) และสาขามนุษย์ศาสตร์และศิลปะ (20.24%) ซึ่งนักเรียนต่างชาติที่มาจากประเทศมาเลเชียส่วนใหญ่จะนิยมเรียนสาขามนุษย์ศาสตร์และศิลปะมากที่สุด (33.68%) รองลงมาคือสาขาสังคมศาสตร์ (29.41%)

หากสนใจศึกษาต่อที่ประเทศไต่หวันทางเราให้บริการหาข้อมูลมหาลัยติดต่อกับมหาลัย รวมไปถึงดำเนินเรื่องเอกสารให้นะค่ะ:)

Facebook